วิธีการตรวจสอบ น้ำยาแอร์

ในระบบเครื่องปรับอากาศ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ น้ำยาแอร์ หากมีการรั่ว หรือ ไหล ออกนอก ระบบ ระบบทำความเย็นแล้ว ไม่เพียงแต่ทำให้สิ้นเปลือง แอร์ไม่เย็น ยังเป็นอันตรายต่อการสูดดมเข้าไปด้วย ดังนั้น มา เรียนรู้ กัน สักนิด สำหรับการตรวจหารอยรั่วในระบบ

หลังจาก การติดตั้ง หรือ ถอดประกอบชื้นส่วนใดๆ ของ ระบบทำความเย็น แล้ว จะ ต้อง ตรวจรอยรั่ว ตามจุดต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจุดต่อเหล่านั้น ไม่รั่ว ต่อมาจึงค่อยทำ สุญญากาศ และ ชาร์จน้ำยาแอร์เข้าไป ในระบบ

เพราะ น้ำยาแอร์ ราคา ไม่เท่ากัน ทำให้ วิธีการตรวจรอยรั่วอาจจะแตกต่างไปตามชนิดของน้ำยาแอร์ที่ใช้ ซีงหลักการตรวจรอยรั่วมี 2 ประการคือ

  1. ทำสุญญากาศ ระบบ เพื่อตรวจรั่ว ทำโดย เมื่อ สูญญากาศระบบ แล้ว ให้ปิดวาวล์เกจแมนิโฟลด์ ทิ้ง ไว้ประมาณ 8-24 ชม แล้วดูว่าเข็ม ของ เกจสูงขึ้น หรือไม่

–          ถ้าเข็มสูงขึ้นแสดงว่า ระบบ มี รอยรั่ว จำเป็นต้องหาจุดรั่ว และ ทำการตรววจสอบ เหมือนเดิม

–          ถ้าเข็มไม่ขึ้น แสดงว่าไม่ม่รอยรั่ว ชาร์จน้ำยาแอร์ต่อไปได้

วิธีการทำสุญญากาศทำง่าย แต่ไม่ค่อยนิยมเพราะถ้ารั่วต้องมาหาอีกว่ารั่วตรงไหน

  1. การเพิ่มความดันเข้าไปในระบบเพื่อตรวจรอยรั่ว ในการอัดแก๊สเพิ่มความดัน อาจใช้แก๊สไนโตรเจน หรือ ฟรีออน R-12, R-22 อัดเข้าไปก็ได้   อัดแก๊สเข้าไป 20-30 ปอนด์ เป็นการตรวจครั้งที่ 1 จากนั้นอัดเข้าไปอีก 70-100 ปอนด์ เป็นครั้งที่ 2 ถ้าไม่มีรอยรั่วให้อัดเข้าไปอีก 200-250 ปอนด์ เป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้าย ที่ต้องค่อยค่อยเพิ่มความดันเข้าไป เนื่องจากเป็นความปลอดภัย และประหยัดน้ำยาแอร์ ซึ่งบางชนิดมีราคาแพง เช่น น้ำยาแอร์ 410  การใช้ความดันสูงในตอนแรกเลย อาจจะแตกและระเบิดได้

การหารอยรั่วแบบง่ายง่าย คือ เอาน้ำสบู่ ลูบบริเวณท่อ ไล่ไปเรื่อยเรื่อยๆ จนเจอฟองอากาศออกมา  หรือให้สังเกต คราบน้ำมัน ที่จุดรอยรั่ว

เนื่องจากมัน จะ ดันน้ำมัน ใน ระบบออกมา พร้อม กับ แรงดัน  วิธีอื่นเช่น การแช่น้ำ หรือ การใช้ตะเกียงน้ำมัน ไม่แนะนำเนื่องจากอาจเกิด ความเสียหาย ขณะ ทำได้

หรือถ้าท่าน มี เครื่องมือเพียงพอ อาจจะใช้ เครื่องตรวจอีเล็กโทรนิค สำหรับตรวจรอยรั่วได้ เครื่องจะส่งเสียง ดัง ที่จุดรอยรั่วเนื่องจากตรวจจับ แก๊สที่รั่วออกมาได้ ค่อยข้างปลอดภัย แต่อุปกรณ์มีราคาแพง