เพื่อความปลอดภัย ทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ยังได้กำหนด รหัสสี ของ ถังสารทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์  ให้มีสีที่แตกต่างกันในแต่ละชนิดของสารทำความเย็น

เพื่อป้องกันการใช้ผิดพลาดในการปฏิบัติงานของช่างซ่อมและผู้ให้บริการเกี่ยวกับระบบทำความเย็น ซึ่งการที่จะนำถังไปบรรจุสารทำความเย็นหรือน้ำยาจะต้องทำให้ถูกต้องตามรหัสกับสีถังตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
R-11 ถังสีส้ม
R-12 ถังสีขาว
R-13 ถังสีฟ้า
R-22 ถังสีเขียว
R-133 ถังสีเหลือง
R-711 ถังสีน้ำเงิน
ทั้งนี้สารทำความเย็นที่นิยมใช้ในงานเครื่องทำความเย็น และเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไป จะนิยมใช้อยู่ 5 ชนิด คือ
1. สารทำความเย็น R-11
รหัส R-11 จะใช้สำหรบคอมเพรสเซอร์แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ซึ่งเป็นระบบเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังนิยมใช้ R-11 ช่วยในการล้างระบบทำความเย็นในกรณีคอมเพรสเซอร์ไหม้ หรือการเปลี่ยนท่อสารทำความเย็นใหม่ เป็นต้น
2. น้ำยาแอร์  R-12
รหัส R-12 จะใช้สำหรับคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบหรือแบบโรตานี่ ซึ่งจะเป็นเครื่องทำความเย็นขนาดสำหรับที่ใช้กันในบ้านพักอาศัย เช่น ตู้เย็น หรือระบบปรับอากาศในรถยนต์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันได้มีการตรวจพบว่า สารทำความเย็น R-12 มีสารบางชนิดที่สามารถขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศได้ จึงกำลังอยู่ในขั้นตอนการยกเลิกให้ใช้ โดยได้มีการกำหนดให้ใช้สารทำความเย็นรหัส R-134a มาใช้แทน
3. นำ้ยาแอร์  R-22
รหัส R-22 จะเหมาะสมกับการใช้งานในระบบเครื่องทำความเย็นที่ให้อุณหภูมิต่ำ เช่น ตู้แช่แข็ง เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน และเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่าง เป็นต้น เป็นที่นิยมมาก R-22 ราคา จะไม่แพง
4. สารทำความเย็น R-717
รหัส R-717 หรือที่ช่างทั่วไปนิยมเรียกกันว่า “น้ำยาแอมโมเนีย” จะเหมาะสมกับการใช้งานในระบบทำความเย็นของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และสถานประกอบการที่มีความต้องการห้องเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น โรงงานทำน้ำแข็ง โรงงานผลิตและบรรจุอาหาร อุตสาหกรรมห้องเย็น หรือลานสเกตน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งสารทำความเย็นรหัส R-717 นี้ คือสารที่เป็นพิษและมีความไวไฟสูง

หากเกิดส่วนผสมที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดการระเบิดขึ้นได้ในทันที
5. สารทำความเย็น R-500
รหัส R-500 คือส่วนผสมระหว่าง R-22 กับ R-15a ซึ่งสารทำความเย็นชนิดนี้จะมีจุดเดือดที่ต่ำประมาณ –33oC ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานกับคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ โดยมีความดันบรรยากาศที่เหมาะสม
ในการเลือกใช้สารทำความเย็นหรือน้ำยานั้น จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ไม้ว่าจะเป็นระบบเครื่องทำความเย็นหรือระบบเครื่องปรับอากาศ เช่นนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานกับระบบทำความเย็นควรศึกษากลุ่มของสารทำความเย็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทุกขณะ ซึ่งสารทำความเย็นดังกล่าวได้มีการแบ่งกลุ่มใหญ่ขึ้นมา 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มสารทำความเย็นที่มีความปลอดภัยสูงสุด หมายถึงสารทำความเย็นที่ไม่มีสารพิษเจือปน ไม่กัดโลหะ ไม่เป็นสารติดไฟ และไม่ทำให้เกิดการระเบิด คือ R-11, R-12, R-22, R-500, R-502, R-503, R-504, R-74
2. กลุ่มสารทำความเย็นที่มีความปลอดภัยรองลงมา หมายถึง สารทำความเย็นในบางชนิดที่อาจมีสารพิษเจือปน มีคุณสมบัติที่สามารถกัดกร่อนโลหะได้ และมีสารติดไฟ คือ R-717, R-1130, R-160, R-40, R-611, R-764
3. กลุ่มสารทำความเย็นที่เป็นเชื้อเพลิง หมายถึง สารทำความเย็นที่เป็นเชื้อเพลิงในรูปแบบของแก๊สและของเหลว คือ R-600, R-170, R-290

และปัจจุบัน มี การวิจัยพัฒนา น้ำยาแอร์ แบบใหม่ ออกมา มากมาย เพื่อ ให้ เหมาะสม ในประโยชน์ ของการ ใช้พลังงาน และ สิ่งแวดล้อม

รหัส สี ของสารทำความเย็น