topsp1topm1topsp2topm2topsp2topm3topsp2topm4topsp2topm5topsp3

ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง ในการใช้ สารทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์ ในสถานะที่เป็นของเหลว

  1. ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้งใกล้บริเวณที่มีประกายไฟ
  2. การปล่อย สารทำความเย็น ควร ปล่อยออก จากระบบ แบบช้าๆ ไม่เร่งรีบ
  3. เมื่อเข้าปฏิบัติงานที่มีความเกี่ยวข้องกับสารทำความเย็น ควรใส่แว่นตามเสมอ
  4. ไม่ควรเก็บถังเก็บสารทำความเย็นในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 125 องศาฟาเรนไฮต์
  5. ถังเก็บสารทำความเย็นนั้น ควรเก็บหรือเคลื่อนย้ายในลักษณะตั้งขึ้นอยู่เสมอ
  6. ห้ามเติมสารอย่างอื่นเข้าไปในระบบทำความเย็น นอกจาก สารทำความเย็น ในรหัส ที่เหมาะสม กับ ระบบเท่านั้น
  7. ห้ามสัมผัสสารทำความเย็นในสถานะที่เป็นของเหลวโดยตรงเด็ดขาด
  8. สถานที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสารทำความเย็น จะต้องเป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  9. หลีกเลี่ยงการนำถังเก็บสารทำความเย็นเข้าใกล้ความร้อน หรือทำให้เกิดความร้อนแก่ถัง เนื่องจากความร้อนจะทำให้เกิดความดันภายในถังจนอาจเกิดระเบิดได้

การใช้งาน ด้วยความระมัด ระวัง ลด อุบัติ การสูญเสีย ได้ อย่างมากมาย

น้ำยาแอร์ 410

วิธีการตรวจสอบ น้ำยาแอร์

วิธีการตรวจสอบ น้ำยาแอร์ R 134A

ในบางครั้งถ้าเป็นช่างที่เราไม่รู้จัก หรือ ไม่สามารถเชื่อถือได้ อาจมีการนำ น้ำยาแอร์ ราคา ถูกมากเกินไป  ซึ่งเป็นน้ำยาแอร์ ปลอมมาหลอกเติมให้เรา ซึ่งเป็นน้ำยาแอร์ ราคาถูก แต่เป็นอันตรายสูงมาก อันตรายกับเครื่องปรับอากาศ และอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย นั้นคือ น้ำยาแอร์ R134 A ของแท้จะไม่ติดไฟ แต่ถ้าเป็น ของปลอมจะมีส่วนผสมของสารไฮโดรคาร์บอน ที่ทำให้เกิดการติดไฟและทำให้เกิการระเบิดได้ ต่อมาคือ ถ้าวัดอุณหภูมิในระบบท่อส่งท่อน้ำยาแอร์ จะพบว่ามีความร้อนสูงมากขณะใช้งาน  และผลที่ตามมาคือ ทำให้แอร์ไม่เท่าที่ควรจะเป็น  สุดท้ายระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศก็อาจจะพังก่อนเวลาอันควรอีกด้วย

ความคืบหน้าการพัฒนา น้ำยาแอร์

ผลงานชิ้นเยี่ยมเพื่อสิ่งแวดล้อม น้ำยาแอร์ 410

หากพูดลอย ๆ มาน้ำยาแอร์นั้นหลายคนคงรู้จักแต่ถ้าพูดถึง น้ำยาแอร์ 410 ล่ะจะมีคนรู้จักมากน้อยแค่ไหนและน้ำยาแอร์ชนิดนี้คืออะไร ดีอย่างไรแตกต่างกับน้ำยาแอร์ชนิดอื่นอย่างไรวันนี้เราจะมาอธิบายให้ได้อ่านกัน ก่อนจะพูดถึง น้ำยาแอร์ 410 เราต้องมาพูดถึงน้ำยาแอร์ R22 กันก่อนเพราะเนื่องจากน้ำยาชนิดนี้ถูกผลิตออกมาก่อนและรุ่น 410 จึงถูกพัฒนาตามมาซึ่งความจำเป็นที่ต้องพัฒนาสูตร 410 ขั้นมานั้นก็เพราะว่า R22 ทำงานได้ไม่เสถียรมากนักในบางสถานะจังได้ผลิตสูตร 410 ขึ้นมา และในปัจจุบันสาร 410 ซึ่งมีส่วนประกอบของสาร fluorocarbon ซึ่งเป็นตัวพัฒนาที่มาแทน R22 ซึ่ง 410 เป็นสารทดแทนความเย็นที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและกำลังเป็นที่นิยมใช้ในโซนยุโรปแทนของเก่า r22 และข้อดีของสาร 410 คือใช้ปริมาณน้ำยาน้อยลงและไม่ทำลายชั้นโอโซนและมีส่วนช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของเสียงทำให้เครื่องปรับอากาศมีเสียงเบาลงเงียบสบาย น้ำยาชนิดนี้อยู่ในตระกูลของ Hydro Fluoro Carbon (HFC) ซึ่งกฎหมายที่ออกมาปี 2010 ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารทำลายชั้นโอโซนอย่าง R22 ซึ่งกฎหมายชนิดนี้สนับสนุนการใช้สาร 410 ซึ่งเป็นมิตรกับธรรมชาติไม่ทำลายชั้นโอโซน ข้อดีของสารทำความเย็น 410 คือสามารถแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับความร้อนได้ดี  มีความเสถียรของสัดส่วนและคุณสมบัติ อีกทั้งยังใช้ปริมาณน้ำยาแอร์ที่น้อยลงเมื่อเทียบกับเจ้า R22  ด้วยประโยชน์และประสิทธิภาพทั้งหมดที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับ 410 ทำให้สารทำความเย็นชนิด R410 มีข้อเด่นที่ชัดเจนเหนือกว่าสารทำความเย็นชนิดอื่นๆ อาจเรียกได้ว่าสารชนิดนี้อาจมาแทน R22 ก็ว่าได้เพราะประโยชน์และประสิทธิภาพหลายอย่างของสาร 410 นั้นมีข้อดีมากมาย แต่ปัจจุบัน น้ำยาแอร์ ราคา แพงอยู่สำหรับชนิดนี้  คาดว่าเมื่อมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมและมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ราคาจะถูกลงอย่างมากและดีต่อสิ่งแวดล้อม ด้วย หากท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้วคงจะรู้จักสาร น้ำยาแอร์ 410 กันมากขึ้นแต่สารชนิดนี้ก็ยังไม่นำมาใช้งานอย่างที่ควรจะเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงพัฒนาสูตรเพื่อให้สามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ทำความเย็น ในอนาคตอันใกล้ท่านคงจะได้เห็นน้ำยาแอร์ 410ออกมาใช้และขายกันอย่างแพร่หลายในท้องตลาดกันมากขึ้น

SW Intertrade

SW Intertrade เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำยาแอร์ ระบบใหม่คุณสมบัติพิเศษ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีพิษ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และไม่ทำลายชั้นบรรยากาศแน่นอนค่ะ
เราเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำยาแอร์ สำหรับเครื่องปรับอากาศรถยนต์, เครื่องปรับอากาศอาคาร, ตู้แช่, เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ในระบบที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ และที่สำคัญช่วยลดและประหยัดพลังงาน เช่น R134a, R404a, R22 และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และความถ่วงจำเพาะของสารในสถานะก๊าซจะหนักกว่าอากาศ โดยที่สารเหล่านี้จะมีจุดเดือดที่ต่ำกว่าสารทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ในการทำน้ำยาแอร์

บริษัท SW Intertrade จำกัด ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี เพื่อทำน้ำยาแอร์ ที่ไม่ทำลายโอโซน เราเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำยาแอร์ น้ำยาแอร์ระบบใหม่ไม่ทำลายโอโซน ช่วยลดและประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดียอดเยี่ยมและ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีพิษ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และความถ่วงจำเพาะของสารในสถานะก๊าซจะหนักกว่าอากาศ

วิธีการตรวจสอบ น้ำยาแอร์

ในระบบเครื่องปรับอากาศ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ น้ำยาแอร์ หากมีการรั่ว หรือ ไหล ออกนอก ระบบ ระบบทำความเย็นแล้ว ไม่เพียงแต่ทำให้สิ้นเปลือง แอร์ไม่เย็น ยังเป็นอันตรายต่อการสูดดมเข้าไปด้วย ดังนั้น มา เรียนรู้ กัน สักนิด สำหรับการตรวจหารอยรั่วในระบบ

หลังจาก การติดตั้ง หรือ ถอดประกอบชื้นส่วนใดๆ ของ ระบบทำความเย็น แล้ว จะ ต้อง ตรวจรอยรั่ว ตามจุดต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจุดต่อเหล่านั้น ไม่รั่ว ต่อมาจึงค่อยทำ สุญญากาศ และ ชาร์จน้ำยาแอร์เข้าไป ในระบบ

เพราะ น้ำยาแอร์ ราคา ไม่เท่ากัน ทำให้ วิธีการตรวจรอยรั่วอาจจะแตกต่างไปตามชนิดของน้ำยาแอร์ที่ใช้ ซีงหลักการตรวจรอยรั่วมี 2 ประการคือ

  1. ทำสุญญากาศ ระบบ เพื่อตรวจรั่ว ทำโดย เมื่อ สูญญากาศระบบ แล้ว ให้ปิดวาวล์เกจแมนิโฟลด์ ทิ้ง ไว้ประมาณ 8-24 ชม แล้วดูว่าเข็ม ของ เกจสูงขึ้น หรือไม่

–          ถ้าเข็มสูงขึ้นแสดงว่า ระบบ มี รอยรั่ว จำเป็นต้องหาจุดรั่ว และ ทำการตรววจสอบ เหมือนเดิม

–          ถ้าเข็มไม่ขึ้น แสดงว่าไม่ม่รอยรั่ว ชาร์จน้ำยาแอร์ต่อไปได้

วิธีการทำสุญญากาศทำง่าย แต่ไม่ค่อยนิยมเพราะถ้ารั่วต้องมาหาอีกว่ารั่วตรงไหน

  1. การเพิ่มความดันเข้าไปในระบบเพื่อตรวจรอยรั่ว ในการอัดแก๊สเพิ่มความดัน อาจใช้แก๊สไนโตรเจน หรือ ฟรีออน R-12, R-22 อัดเข้าไปก็ได้   อัดแก๊สเข้าไป 20-30 ปอนด์ เป็นการตรวจครั้งที่ 1 จากนั้นอัดเข้าไปอีก 70-100 ปอนด์ เป็นครั้งที่ 2 ถ้าไม่มีรอยรั่วให้อัดเข้าไปอีก 200-250 ปอนด์ เป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้าย ที่ต้องค่อยค่อยเพิ่มความดันเข้าไป เนื่องจากเป็นความปลอดภัย และประหยัดน้ำยาแอร์ ซึ่งบางชนิดมีราคาแพง เช่น น้ำยาแอร์ 410  การใช้ความดันสูงในตอนแรกเลย อาจจะแตกและระเบิดได้

การหารอยรั่วแบบง่ายง่าย คือ เอาน้ำสบู่ ลูบบริเวณท่อ ไล่ไปเรื่อยเรื่อยๆ จนเจอฟองอากาศออกมา  หรือให้สังเกต คราบน้ำมัน ที่จุดรอยรั่ว

เนื่องจากมัน จะ ดันน้ำมัน ใน ระบบออกมา พร้อม กับ แรงดัน  วิธีอื่นเช่น การแช่น้ำ หรือ การใช้ตะเกียงน้ำมัน ไม่แนะนำเนื่องจากอาจเกิด ความเสียหาย ขณะ ทำได้

หรือถ้าท่าน มี เครื่องมือเพียงพอ อาจจะใช้ เครื่องตรวจอีเล็กโทรนิค สำหรับตรวจรอยรั่วได้ เครื่องจะส่งเสียง ดัง ที่จุดรอยรั่วเนื่องจากตรวจจับ แก๊สที่รั่วออกมาได้ ค่อยข้างปลอดภัย แต่อุปกรณ์มีราคาแพง